ประวัติโรงเรียนนายเรือ

“ ท้องฟ้าเหนือคุ้งน้ำเจ้าพระยาในยามบ่ายวันนั้น ไม่มีใครทราบว่าจะเป็นเช่นใด หากแต่บรรยากาศภายในพระราชวังเดิม และความรู้สึกภายในจิตใจของ นักเรียนนายเรือ ครู ข้าราชการทหารเรือทุกคน คงจินตนาการได้ไม่ยาก เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระราชวังเดิม ให้เป็นสถานที่ตั้งอย่างเป็นทางการ ของสถาบันอันทรงเกยรติที่ชื่อว่า โรงเรียนนายเรือ

วันอังคารที่ ๒๐ พฤศจิกายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๕
ครั้นเวลาจวนจะได้เวลาบ่าย ๔ โมงเสียงหวูดเรือกลไฟดังก้องอยู่ในห้วงความรู้สึกของทุกคนที่ยืนรออยู่ขณะนั้น แม้ว่าในความเป็นจริงเสียงจากท่าราชวรดิฐจะไม่ดังเท่า ขบวนเรือพระที่นั่ง เริ่มด้วยเรือคู่นำ ๒ คู่แล้ว จึงเป็นเรือพระที่นั่ง ซึ่งจัดให้เรือกลขนาดเล็ก คือ เรือชลยุทธ เป็นเรือพระที่นั่งหลัก ตามด้วยเรือประทีปทัศนาการ เรือพระที่นั่งรอง และปิดท้ายด้วยเรือตามอีก ๒ คู่ รวมทั้งหมด ๑๐ ลำ เคลื่อนขบวนจากท่าราชวรดิฐ แล่นไปตามลำน้ำเจ้าพระยามุ่งมายังโรงเรียนนายเรือเมื่อเวลาใกล้บ่าย ๔ โมงเศษ เมื่อขบวนเรือพระที่นั่งเข้าเทียบท่าโรงเรียนนายเรือแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศ ชาวทหารเรือ ทรงพระมาลาก๊อกแฮตดำ ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง มาแต่พระราชวังสวนดุสิต เพื่อประทับเรือพระที่นั่ง ณ ท่าราชวรดิฐ ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านตะวันตก เพื่อเสด็จมาในการพิธีเปิดโรงเรียนนายเรือ พระองค์ได้เสด็จขึ้นท่าโรงเรียนนายเรือ เสียงแตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ นายพลเรือโท สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เสด็จนำพระบรมวงศานุวงศ์ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวันนั้น ทุกท่านสวมเครื่องแบบเต็มยศขาว ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ยืนตรงถวายความเคารพ แล้วเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระประมุขจอมทัพสยาม เสด็จผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ จากกรมเรือกลแลป้อมแล้วจึงเสด็จขึ้น ณ พลับพลายก ที่หน้าประตูโรงเรียนนายเรือ แห่งนี้

เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีสิ้นเสียงลงแล้ว นายพลเรือโท สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ กราบทูลถวายรายงานการเปิดโรงเรียนความว่า

ขอเดชะ ฝ่าลอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

โดยกระแสพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าสั่งว่า พระราชวังเดิมเป็นที่สำคัญแลว่างอยู่ควรเป็นที่ทำการอย่างหนึ่งในราชการ ได้ให้จัดเป็นโรงเรียนนายเรือนั้น นายพลเรือโท พระยาชลยุทธโยธินทร์ เมื่อดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ได้รับพระบรมราชโองการใส่เกล้า ฯ ดำริห์การอยู่ตั่งแต่ ปลายศก ๑๑๙ แล้ว แต่ยังหาได้ทันเริ่มก่อสร้างไม่ มาในปลายศก ๑๒๐ นายพลเรือเอก สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมพระภาณุพันธ์วงษ์วรเดช ได้ทรงรับตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือได้ทรงเป็นพระธุระดำริห์การต่อไปแล้วได้โปรดให้ริเริ่มก่อสร้างซ่อมแปลงในสถานที่นี้ตั้งแต่ปี ร.ศ. ๑๒๑ เป็นต้นมา ตลอดจน เดือนกันยายน ศก ๑๒๒ การสำเร็จไปพอที่จะให้นักเรียนอาศรัยได้ จึงได้ทรงจัดให้นักเรียนเข้าพักอยู่ในโรงเรียนนี้ เพื่อฝึกสอนวิชาการเรือก่อน ส่วนการก่อสร้างก็ได้จัดทำต่อมา
รวมการทั้งปวงที่ได้ก่อสร้างไปแล้ว คือ ในตึกใหญ่ ได้เสริมอีกชั้นหนึ่ง ชั้นบนจัดเป็นห้องพักของนักเรียน ชั้นกลางเป็นห้องเรียน ชั้นล่างเป็นที่ไว้ของ สิ่งที่ปลูกสร้างมาแต่เดิมได้คงไว้ตามรูปเดิม คือ ท้องพระโรงจัดเป็นห้องฝึกสอนนักเรียน และเป็นที่ประชุมอาจารย์ พระตำหนักเก๋งของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า ได้จัดเป็นที่ทำการของกรมยุทธศึกษา และกองแผนที่ทเลศาลศรีษะปลาวาฬ นั้น รักษาคงไว้ตามเดิม ตำหนักสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพรรดิพงษ์ ได้จัดเป็นที่พักแลที่เรียนของนักเรียนช่างกล ตึกริมกำแพงด้านตวันออกสองหลัง จัดเป็นห้องกองรักษาการแลเก็บของ ตึกริมกำแพงด้านตะวันตก จัดเป็นที่พักนักเรียน อนึ่งได้สร้างเรือนใหม่ขึ้นหนึ่งหลังริมกำแพงด้านใต้ เพื่อเป็นที่รักษาพยาบาลนักเรียนซึ่งป่วย นอกกำแพงด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ได้สร้างโรงกายกรรมขึ้น ๑ หลัง ให้เป็น
ที่ฝึกหัดกายกรรมแลเป็นที่นักเรียนรับพระราชทานอาหาร นอกจากนี้ได้ถมพื้นที่ภายในแลภายนอก บริเวณกำแพงให้ราบคาบเป็นสนามฝึกหัด และได้ตั้งเสาเรือขึ้น ๑ เสา เพื่อฝึกหัดนักเรียนในการเชือกเสาเพลาใบบัดนี้การทั้งปวงสำเร็จบริบูรณ์ดังพระราชประสงค์แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย นายทหารผู้ใหญ่ผู้น้อยในกรมทหารเรือ ซึ่งได้มาชุมนุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกัน ณ ที่นี้ มีความปิติยินดีในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดโรงเรียนนายเรือขึ้นในพระราชวังเดิมนี้ อันเป็นสถานที่เกี่ยวเนื่องในพระราชพงษาวดาร ได้พระราชทานเกียรติยศพิเศษแก่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ด้วยพระราชประสงค์จำนงหมายให้เป็นที่ปลูกฝังแลบำรุงวิชา การทหารเรือ ให้เจริญขึ้น แลนักเรียนซึ่งได้ศึกษาครบตามกำหนดหลักสูตรในโรงเรียนนี้แล้ว ก็จะเป็นผู้มีความรู้สมควรกับน่าที่ซึ่งจะได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณ ในเบื้องน่า และในโอกาศที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินมายังสถานที่นี้ในวันนี้ เป็นมหามงคลฤกษ์พิเศษ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานเชิญเสด็จใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงชักธงอันขึงปิดประตูโรงเรียนนายเรือนั้นให้เปิดออก แล้วเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสถานที่ต่าง ๆ แลการฝึกหัดของนักเรียนนายเรือ เพื่อเป็นสวัสดิมงคลแก่ผู้ซึ่งจะได้ศึกษาในโรงเรียนนี้สืบไป

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระเจริญพระชนมายุยั่งยืนนาน เกษมสันต์สำราญนิราศพ้นภยันตราย สรรพอมิตรที่คิดภัยจงพ่ายแพ้แก่อำนาจพระบารมีสรรพโรคพิบัติอย่าได้ย่ำยีเบียดเบียนพระบรมสันดาน ขอให้พระเกียรติคุณวิบูลยเดชานุภาพแผ่ไพศาลขจรจบทั่วทุกทิศพิภพภูมิมณฑลสกลรัตรไกษย์

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ขอเดชะ
ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบตามสมควร แล้วทรงชักเชือกเปิดธงที่ปิดประตูโรงเรียนออก มีอักษรตัวทองติดที่ซุ้ม ประตูว่า “โรงเรียนนายเรือ”

จากพลับพลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังท้องพระโรงที่จัดเป็นโรงเรียน ประทับที่เฉลียงข้างหลังซึ่งอยู่ตรงกับสนามทอดพระเนตรนักเรียนนายเรือ กระทำการฝึกซ้อมวิชาทหารเรือแล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญจักรมาลา และสัญญาบัตรแก่พระ บรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการที่เข้ารับราชการในกรมทหารเรือ หลังจากนั้นจึงเสด็จไปเสวยเครื่องว่าง และเสด็จทอดพระเนตรสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน เวลาย่ำค่ำเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับโดยทางเดิม ประทับแรม ณ พระราชวังสวนดุสิต ในการพิธีวันนี้เองที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ลงลาย พระราชหัตถเลขาในสมุดเยี่ยมโรงเรียนนายเรือ เป็นข้อความประวัติศาสตร์ว่า

“ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๕ เรา จุฬาลงกรณ์ ปร ได้มาเปิดโรง เรียนนี้ มีความปลื้มใจซึ่งได้เหนการทหารเรือมีรากหยั่งลงแล้ว จะเปนที่มั่นสืบไปในภายน่า”

การเสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงเรียนนายเรือ ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันนี้ จึงถือเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ “การทหารเรือสยาม” หยั่งรากแห่งเกียรติยศและภาระหน้าที่ของทหารเรือมาตั้งแต่นั้น

 

หมายเหตุ : การสะกดเป็นไปตามเอกสารเก่า

204 โรงเรียนนายเรือ
ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ
อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
10270

 

Copyright © 2015 - All Rights Reserved - www.rtna.ac.th